โทรเลย แชท LINE ขอราคา YouTube Facebook
บริการหลังการขาย

บริการ MA ของเราคืออะไร คิดค่าบริการยังไง

การขายโปรแกรมเป็นแค่จุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญกว่าคือการดูแลให้ร้านใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่สะดุด

23 ต.ค. 2569อ่าน 5 นาทีทีมงาน SoftwareThai
MA คืออะไร

สำหรับระบบ POS แล้ว “การขายโปรแกรม” เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่า คือ การดูแลหลังการขาย ให้ร้านของคุณใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ไม่ล่มกลางทาง และมีคนคอยช่วยเวลาติดปัญหา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในบริการที่เรียกว่า MA (Maintenance)

MA คืออะไร? ในมุมของร้านที่ใช้ระบบ POS

MA ย่อมาจากคำว่า Maintenance คือบริการดูแล บำรุงรักษา และสนับสนุนการใช้งานระบบ หลังจากที่คุณซื้อโปรแกรมและเริ่มใช้งานไปแล้ว

ถ้าเปรียบง่าย ๆ โปรแกรม POS คือ “เครื่องยนต์” ของร้านค้า ส่วน MA ก็คือการ ดูแลเซอร์วิส เปลี่ยนอะไหล่ และมีช่างคอยดูแล ไม่ใช่แค่ขายรถแล้วจบกันไป

ค่าบริการ MA 15% ต่อปี คืออะไร?

ที่สีสันซอฟท์ เราคิดค่าบริการ MA รายปีอยู่ที่ 15% ของค่าซอฟท์แวร์ ยกตัวอย่างเช่น

  • ถ้าค่าซอฟท์แวร์ 20,000 บาท ค่าบริการ MA ต่อปีจะอยู่ที่ 3,000 บาท
  • ถ้าค่าซอฟท์แวร์ 30,000 บาท ค่าบริการ MA ต่อปีจะอยู่ที่ 4,500 บาท

ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ค่าโทรถามปัญหานิด ๆ หน่อย ๆ แต่เป็น งบสำหรับดูแลระบบทั้งก้อน ตั้งแต่ทีมซัพพอร์ตไอที, การอัปเดตโปรแกรม, การดูแลฐานข้อมูล, ไปจนถึงการช่วยแก้ปัญหาหน้างานในระยะยาว

ทำไมต้องจ่าย MA? จ่ายแล้วได้อะไรกลับมา

หลายคนอาจสงสัยว่า “ซื้อโปรแกรมไปแล้ว ทำไมยังต้องจ่าย MA อีก?” ลองดูประโยชน์ที่ได้ดังนี้

  • มีทีมไอทีคอยช่วยเวลาเกิดปัญหา – โปรแกรมค้าง ใช้งานผิด กดเมนูไหนไม่เป็น มีคนให้คุณโทรหา/ทักไปปรึกษา ไม่ต้องนั่งเดาเอง
  • อัปเดตโปรแกรมให้ทันตามกฎหมายและการใช้งาน – เช่น การเปลี่ยนแปลงด้านภาษี เอกสาร หรือการปรับฟังก์ชันให้ใช้งานง่ายขึ้นตามคำแนะนำของลูกค้า
  • ช่วยดูแลเรื่องฐานข้อมูลและสต๊อก – แนะนำการแก้ไขข้อมูลที่ผิด ตรวจสอบความเรียบร้อยของฐานข้อมูล ลดโอกาสข้อมูลเพี้ยนโดยไม่รู้ตัว
  • รองรับการขยายสาขาและเติบโตของร้าน – เมื่อธุรกิจโตขึ้น ฟังก์ชันก็ต้องตามให้ทัน MA ทำให้คุณมีทีมที่เข้าใจระบบและธุรกิจ ช่วยแนะนำทิศทางการใช้โปรแกรมให้เหมาะกับการขยายตัว
  • ลดความเสี่ยง “ระบบล่มวันขายดี” – วันไหนลูกค้าแน่นร้านแล้วระบบมีปัญหา คุณต้องการคนที่ “พร้อมช่วยทันที” มากกว่าการมานั่งไล่หาวิธีแก้เองจาก Google

แล้วถ้าไม่จ่าย MA ล่ะ? ทำได้ไหม

ลูกค้าของสีสันซอฟท์ สามารถเลือกได้ ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย MA ก็ได้ ตามความสะดวกและสไตล์การบริหารของแต่ละร้าน

เพียงแต่การไม่จ่าย MA ก็เหมือนกับการใช้เครื่องมือสำคัญในร้าน โดยไม่มี “ประกันและทีมช่าง” คอยดูแล เมื่อทุกอย่างยังปกติอาจไม่เห็นความต่าง แต่วันที่ระบบมีปัญหา หรือคุณอยากอัปเกรด/ปรับการใช้งาน คุณอาจต้องรับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายเฉพาะกิจที่สูงกว่าเดิม

ทำไมบริษัท POS ที่ “ไม่เก็บค่าดูแล” ถึงมีความเสี่ยงสูง?

ในมุมของผู้ใช้ โปรแกรมที่ “ไม่มี MA ไม่มีรายเดือน–รายปี” อาจดูดี น่าใช้ เพราะจ่ายครั้งเดียวจบ แต่ในมุมของการทำธุรกิจซอฟท์แวร์จริง ๆ แล้ว รูปแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมาก

เพราะบริษัทซอฟท์แวร์ต้องมีค่าใช้จ่ายฟิกซ์คอสอยู่ตลอด เช่น

  • เงินเดือนพนักงานไอทีและซัพพอร์ต
  • ค่าเซิร์ฟเวอร์และระบบสำรองข้อมูล
  • ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและอัปเดตโปรแกรมต่อเนื่อง

ถ้าบริษัท ไม่มีรายได้ประจำจากค่าดูแล มีแต่รายได้จากการขายครั้งเดียว เมื่อเวลาผ่านไป ยอดขายใหม่เริ่มลดลง แต่ค่าใช้จ่ายประจำยังเท่าเดิมหรือมากขึ้น โอกาสที่บริษัทจะเริ่ม ตัดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไอที หรือในกรณีหนัก ๆ อาจถึงขั้นล้มเลิกกิจการ ก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย

ปัญหาที่มักเกิด ถ้าบริษัท “หวงงบ” จ้างพนักงานไอที

ถ้าบริษัทเลือกประหยัดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไอที สิ่งที่ตามมามักจะเป็นแบบนี้

  • ทีมไอทีน้อย แต่ภาระงานเยอะ – พนักงานต้องรับเคสลูกค้าหลายร้อยราย ทำงานไม่ทัน ตอบไม่ทัน ลูกค้าต้องรอนาน
  • คุณภาพการดูแลตกลง – พนักงานเหนื่อยล้า เคสเยอะ ทำให้พลาดรายละเอียด แก้ปัญหาได้ไม่ลึก ไม่ตรงจุด
  • เปลี่ยนพนักงานบ่อย – งานหนักแต่ค่าตอบแทนไม่สมดุล พนักงานดี ๆ อยู่ไม่ทน ลูกค้าต้องเจอคนใหม่วนไปมา อธิบายปัญหาเดิมซ้ำ ๆ
  • ลูกค้ารู้สึกถูกทอดทิ้ง – โทรติดยาก ตอบช้า หรือไม่มีคนตามเรื่องให้ จนสุดท้ายกลายเป็นภาพจำว่า “บริษัทขายแล้วหาย”

แนวคิดของสีสันซอฟท์: ลงทุนกับทีมไอที เพื่อดูแลลูกค้าให้ทั่วถึง

สีสันซอฟท์เชื่อว่า ระบบดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมี “ทีมดูแลที่ดี” ควบคู่กันไป เพราะธุรกิจของลูกค้าไม่ได้หยุดอยู่แค่วันที่ติดตั้ง แต่จะเติบโตและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

เราจึงเลือกลงทุนจ้าง พนักงานไอทีหลายอัตรา เพื่อให้การดูแลลูกค้าทุกท่านเพียงพอและทั่วถึงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ไม่มีใครรับสาย” หรือ “ไม่มีใครตามเรื่องให้”

ค่าบริการ MA 15% ต่อปี จึงไม่ใช่แค่ค่าเซอร์วิสเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นการช่วยให้บริษัทมีงบประมาณเพียงพอในการรักษาและพัฒนาทีมไอทีที่มีคุณภาพ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลในระดับที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง

สรุป: MA คือการลงทุนเพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจคุณ

การจ่าย MA ไม่ได้เป็นภาระ แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้ระบบที่เป็นหัวใจของร้าน ทำงานได้อย่างเสถียร มีคนดูแล และพร้อมเติบโตไปกับธุรกิจของคุณ

ลูกค้าสีสันซอฟท์สามารถเลือกได้ว่าจะต่อ MA หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่หากคุณมองว่าร้านของคุณต้องการ “ทีมไอทีที่อยู่ข้าง ๆ ธุรกิจ” ในระยะยาว MA คือสิ่งที่จะช่วยให้คุณอุ่นใจขึ้นมากในทุกวันที่เปิดร้านขายของ

แชร์บทความ

อยากรู้ว่าระบบไหนเหมาะกับร้านคุณ?

ทักมาเล่ารูปแบบร้านให้ทีมงานฟัง เราช่วยแนะนำโปรแกรมและอุปกรณ์ที่พอดีกับร้าน